อุปกรณ์กันหนาวนักฟุตบอลแต่กว่าจะใส่ได้ผ่านอะไรมาเยอะ

สำหรับคนที่ต้องเล่นฟุตบอลท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ ทั้งระดับต่ำกว่า 10
องศา หรือต่ำกว่านั้น ‘ผ้าพันคอ’ คือสิ่งที่พวกเขาต้องการ อาจต้องการมาก
หรือน้อยแล้วแต่คน โดยภาพของการใส่ผ้าพันคอส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงตอนฝึกซ้อม

ความจริงแล้ว เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย แต่ด้วยความที่บ้านเรา ไม่ใช่เมืองหนาว
เลยอาจไม่ค่อยคุ้นกัน สำหรับเรื่องผ้าพันคอของนักฟุตบอลแบบ Neck warmer
(ผ้าพันคอแบบคล้องคอ) ที่มีประเด็นให้นึกถึง หลังการมาของ Nike Strike Snood

ผ้าพันคอตัวใหม่ ของ Nike มีการดีไซน์มาอย่างดี ในระดับที่เป็นการ ‘ปฏิวัติ’
วงการผ้าพันคอนักกีฬาเลยทีเดียว โดยเน้นให้ความอบอุ่น ทั้งคอ, หู จมูก และปาก
ซึ่งทำช่องให้หายใจสะดวก พร้อมการเกาะเกี่ยวที่มั่นคงขึ้นในลักษณะกึ่งหน้ากาก

แต่ยังไง คุณจะไม่ได้เห็นในสนามแข่งขัน หรือวันแมตช์เดย์หรอกนะ เพราะ
ผ้าพันคอ เป็นสิ่งต้องห้ามตามข้อบังคับของ IFAB ผู้ออกกฎเหล็กในวงการลูกหนัง
ซึ่งเชื่อว่า หลายคน คงไม่อยากจะเชื่อ แล้วก็อยากรู้เหตุผลว่า ทำไมถึงไม่ให้ใส่ล่ะ?

ก่อนอื่น คงต้องเกริ่นก่อนว่า เมื่อประมาณ 7 ปี ที่แล้ว (ช่วงปี 2010-2011)
ผ้าพันคอ ยังใส่กันได้ และมีนักฟุตบอล ใส่กันพอสมควร โดยเฉพาะใน พรีเมียร์
ลีก อังกฤษ ถ้าจำกันได้ มีทั้ง ‘ซามีร์ นาสรี่, มาริโอ บาโลเตลลี่ หรือ คาร์ลอส เตเวซ’

ในช่วงนั้น มีการถกเถียงกันในวงการว่า ควรอนุญาตให้ผู้เล่น ใส่ผ้าพันคอ (Neck
warmer / Snood) ได้หรือไม่? และบทสรุปคือ ‘ไม่อนุญาต’
ด้วยเหตุผลในเรื่องความปลอดภัย ซึ่ง IFAB ผู้คุมกฎของวงการลูกหนังโลก
ก็ตกลงที่จะยึดตามนั้น

โดย ‘ผ้าพันคอ’ กลายเป็นสิ่งต้องห้าม ตามกฎหมวด 4 ที่ว่าด้วยเรื่อง
‘อุปกรณ์ของผู้เล่น’ คือ “ผู้เล่นต้องไม่ใช้อุปกรณ์ หรือสวมใส่สิ่งใดก็ตาม

ซึ่งเป็นอันตรายกับตัวเขาเอง หรือผู้เล่นคนอื่น”
แถมยังถูกแบนในฐานะที่เป็นไอเท็มแฟชั่นด้วย

เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธาน ฟีฟ่า ตอนนั้น ให้เหตุผลแบบที่ไม่มีใครนึกถึงว่า
“ผ้าพันคอ ไม่ใช่อุปกรณ์ (จำเป็น) สำหรับการแข่งฟุตบอล
มันทำให้เกิดอันตรายได้ อย่างเช่น การกระตุก เพื่อรัดคอใครสักคน
ซึ่งทุกคนเห็นพ้องต้องกันในเรื่องนี้”

“เราไม่เคยมีการอภิปรายเรื่องนี้กันอีก เพราะผ้าพันคอ
ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชุดแข่งขัน” แบล็ตเตอร์ กล่าวย้ำถึงเรื่องนี้

Leave a comment

Your email address will not be published.


*